5 สัญญาณไฟเตือนบนหน้าปัดรถยนต์ที่ไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด

ประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศที่ประสบปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นอันดับต้นๆของโลกโดยมีปัจจัยหลักมาจากการประมาทวันนี้เรามี 5 สัญญาณไฟเตือนบนหน้าปัดรถยนต์ที่มองข้ามไม่ได้โดยเด็ดขาด เพราะคุณอาจจะขับไปไม่ถึงจุดหมายปลายทางเลยก็เป็นได้ ไฟเตือนเครื่องยนต์ ไฟเตือนรูปเครื่องยนต์เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ บางกรณีรถยังสามารถขับต่อไปได้ แต่ก็มีหลายครั้งที่ทำให้เครื่องยนต์ไม่สามารถทำงานต่อได้เช่นกัน โดยจากการสำรวจของเว็บไซต์ CarMD เมื่อปี 2016 ระบุว่าสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด คือ ออกซิเจนเซนเซอร์, ระบบกรองไอเสียแคทตาไลติกคอนเวอร์เตอร์ (Catalytic Converter) และหัวเทียนหรือระบบจุดระเบิดทางที่ดีหากพบว่าไฟเตือนเครื่องยนต์โชว์ขึ้นมา ควรรีบนำรถเข้าศูนย์บริการโดยทันที เพื่อตรวจหาสาเหตุและแก้ไขต่อไป ไฟเตือนรูปแบตเตอรี ที่จริงแล้วไฟเตือนรูปแบตเตอรีไม่ได้แแปลว่าแบตเตอรีเสื่อมหรือใกล้หมดหรอกนะครับ แต่หมายถึงระบบปั่นกระแสไฟของตัวรถ (Alternator) หรือที่คนไทยเรียกกันทั่วไปว่า “ไดชาร์จ” กำลังมีปัญหาต่างหากล่ะ หากจู่ๆ สัญลักษณ์รูปแบตเตอรีสว่างขึ้น นั่นแปลว่าเครื่องยนต์ไม่สามารถปั่นกระแสไฟได้ตามปกติ ตัวรถจะใช้พลังงานจากแบตเตอรี 12 โวลต์เท่านั้น จึงสามารถขับต่อไปได้เพียงชั่วครู่ก่อนที่เครื่องยนต์จะดับลงไปเอง ทางที่ดีหากรถยังสามารถเคลื่อนที่ได้ ควรรีบวิ่งเข้าศูนย์บริการหรืออู่เลยจะดีที่สุด ไฟเตือนระบบเบรก กรณีที่ปลดเบรกมือลงแล้ว แต่ไฟเตือนยังค้างอยู่ นั่นแปลว่ามีปัญหาเกี่ยวกับระบบเบรกแล้วล่ะ ซึ่งปัญหาที่พบได้บ่อย คือ ผ้าเบรกหมด, น้ำมันเบรกอยู่ต่ำกว่าระดับที่กำหนด หรือกรณีรถที่ไม่มีไฟเตือนระบบเบรกป้องกันล้อล็อกแยกออกมาต่างหาก (ABS – Anti-lock Brake System) ก็อาจแสดงว่าเซ็นเซอร์ระบบเอบีเอสมีปัญหาได้ ไฟเตือนโอเวอร์ฮีต หากขับๆ อยู่แล้วพบว่าสัญญาณเตือนรูปเทอร์โมมิเตอร์สีแดงสว่างขึ้นมา … Read more

8 How to ล้างรถยนต์ยนต์ด้วยตัวเอง ประหยัดเงิน ได้ออกกำลังกาย ไม่ง้อคาร์แคร์

8 how to ล้างรถยนต์ยนต์ด้วยตัวเอง ประหยัดเงิน ได้ออกกำลังกาย ไม่ง้อคาร์แคร์

สำหรับคนรักรถยนต์ การดูแลทำความสะอาด การล้างรถยนต์ ถือเป็นการดูแล รถยนต์ ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน และยังเป็นการตรวจดูความปลอดภัยอีกด้วย ยิ่งโดยเฉพาะรถยนต์ที่ใช้งานทุกวัน ยิ่งไม่ควรปล่อยให้สิ่งสกปรกต่างๆ มาเกาะจนเลอะ โดยเฉพาะคราบน้ำมัน คราบดินที่มาพร้อมความชื้น เพราะอาจส่งผลให้เกิดสนิมและเกิดรอยขีดข่วนบนผิวรถยนต์ได้ มาดูกันว่าหากจะล้างรถยนต์ด้วยตัวเองให้สะอาด ต้องทำอย่างไรบ้าง วิธีการล้างรถยนต์ที่ถูกต้อง 1. เริ่มทำความสะอาดจากส่วนบนของรถยนต์ก่อน หลายคนอาจสับสนว่าการจะทำความสะอาดรถยนต์ ควรเริ่มจากส่วนบนหรือล่างก่อนดี ก่อนอื่น อยากให้ลองจินตนาการว่าหากรถยนต์เป็นเหมือนบ้าน 2 ชั้น ก็ต้องขึ้นไปกวาดฝุ่นชั้นบนลงมาก่อน เพื่อให้ชั้นบนสะอาดและเก็บกวาดชั้นล่างให้เรียบร้อย ตัวบ้านก็จะสะอาดทั้งหลัง ซึ่งการล้างรถยนต์ก็เช่นเดียวกัน เพื่อให้สิ่งสกปรกจากด้านบนไหลลงข้างล่างก่อนจะได้ไม่เป็นการล้างแบบซ้ำซ้อน  ก่อนอื่น เมื่อเริ่มต้นล้างรถยนต์ควรเริ่มตั้งแต่หลังคาลงมาทางด้านข้างรถยนต์บริเวณกระจกข้างก่อน และตามขอบต่างๆ โดยการล้างรถยนต์ควรใช้สำลีในการทำความสะอาด แต่ไม่แนะนำให้ใช้ฟองน้ำในการล้างรถยนต์ เพราะฟองน้ำนั้นอาจจะมีเม็ดทรายไปติดอยู่ตามรูของฟองน้ำ ซึ่งอาจทำให้เกิดรอยขีดข่วนกับสีของตัวรถยนต์ได้ แต่มีข้อควรใส่ใจอีกนิดคือ ควรใช้ผ้ามากกว่า 1 ผืน เพื่อเช็ดทำความสะอาด เพื่อให้ตัวรถยนต์บริเวณที่เช็ด มีความสะอาดอย่างแท้จริง หากใช้ผ้าผืนเดียวก็ยิ่งทำให้จุดที่ทำความสะอาดนั้นอาจมีคราบสกปรกต่างๆ หลงเหลืออยู่ และยิ่งมีผ้าผืนที่ 2 หรือ 3 จะยิ่งเป็นการดี เพราะจะทำให้การเช็ดถูได้อย่างสะอาดมากขึ้น 2. เมื่อเริ่มต้นล้าง ควรล้างจากล้อรถยนต์ก่อน แม้ข้อแรกจะแนะนำให้ทำความสะอาดจากตัวรถยนต์ด้านบนลงมาด้านล่างก่อน … Read more