All New Honda City 1.0 Turbo RS

honda city

2020 All-New Honda City RS มาพร้อมสีแดงสุดเตะตา ชิ้นโครเมี่ยมทั้งหมดเปลี่ยนเป็นสีดำเงา ไฟหน้า Full LED เหมือนกับยกมาจากรุ่นพี่อย่าง Civic หรือ Accord ไฟท้าย LED เว้นแต่ไฟเลี้ยว

ภายนอกสวย

ขณะที่ Almera แยกรุ่นย่อยด้วยไฟหน้า LED และ ฮาโลเจน Honda City เองก็มีลักษณะที่คล้ายกันแต่ดีกว่าตรงที่ไฟหน้ารถนั้นมีหลายแบบอย่างในรุ่น RS จะเป็นไฟ LED พร้อม DRL แบบใน Honda Civic หรือ Accord รับกับชุดกระจังหน้าสีดำและไฟตัดหมอก

กระจกข้าง เสาอากาศครีบฉลาม สปอยเลอร์หลังสีดำ วงล้อแม็กทูโทน สเกิร์ตหน้า ดิฟฟิวเซอร์หลังเป็นลายคาร์บอน ที่โดดเด่นที่สุดสำหรับเราคือไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่และมีลูกเล่นของไฟท้ายที่เท่ไม่เบา สอดรับกับเส้นสายที่ยิงตรงมาจากปลายไฟหน้า

ส่วนในรุ่นรองอย่าง SV นั้นก็มีดีไซน์ของโคมไฟหน้าที่สวยเตะตาไม่เบา โคมหน้าโปรเจคเตอร์ กระจกมองข้างทูโทน วงล้อทูโทนลดจาก 16 นิ้วเหลือ 15 นิ้ว มือเปิดประตูด้านนอกโครเมี่ยม กระจังหน้าโครเมี่ยม เน้นความหรูหราดูสุขุมเป็นผู้ใหญ่ เช่นเดียวกับเบาะนั่งภายในสีทูโทน ไอเวอรี่/ดำ

เราชอบเส้นสายที่สอดรับกันตั้งแต่ไฟหน้าจนถึงไฟท้ายที่ฮอนด้าเรียกว่า Cutting Edge มิติตัวถังอาจดูไม่ต่างจากเดิมเท่าไรแต่จริงๆ แล้วมันกว้างและยาวขึ้นเล็กน้อย ในขณะเดียวกันก็เตี้ยและฐานล้อสั้นลง ทั้งหมดทั้งมวลมันสวยขึ้นแหละแค่ไม่ได้สวยว้าวสาวกรี้ดขนาดนั้น

ภายในสวย นั่งสบาย

ตัวท็อปอย่าง RS ให้ภายในแบบเบาะผ้าหนังกลับที่ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าอาคันทาร่าได้ไหมผสมกับการใช้หนังในบางส่วน แป้นเบรก แป้นคันเร่ง เป็นวัสดุโลหะ ภายในสีดำล้วนตัดด้วยตะเข็บสีแดง เบาะนั่งมีพนักรับหลังสไตล์สปอร์ต เรือนไมล์แดงจัดดูพร้อมซิ่งตลอดเวลาเลย

เบาะนั่งคนขับปรับ 6 ทิศทาง เบาะผู้โดยสารด้านหน้าปรับได้ 4 ทิศทาง กระจกในที่บังแดดมีมาให้ พวงมาลัยปรับ 4 ทิศทาง วัสดุคอนโซลมีทั้งแข็งและนุ่ม ที่เป็นพลาสติกและหนัง ที่เท้าแขนตรงกลางเราว่าอยู่ต่ำไปสักหน่อย

เบาะนั่งตอนหลังมีพนักเท้าแขนพร้อมที่วางแก้วสองตำแหน่ง แต่ไม่มีตัวล็อคคือหล่นลงมาสุดเลย แล้วก็ยังมีที่วางแก้วลอยอยู่ในตำแหน่งของที่เท้าแขนที่นั่งด้านหน้า ในรุ่น RS นั้นยังมีช่องจ่ายไฟ 12V สองตำแหน่งซ่อนอยู่ข้างใต้อีกด้วย สำหรับเราแล้วออปชั่นนี้ควรมีให้ใน SV ด้วยนะ

คนที่ผอมสูงไม่มีปัญหา แถมตัวบั๊กเก็ตซีทน้อยๆ ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกอึดอัด แต่ถ้าคนตัวใหญ่อาจมีปัญหาเรื่องไหล่ที่จะเลยเบาะเพราะการปรับดีไซน์ของเขา ส่วนที่นั่งด้านหลังนั่งสบายมากกว่ารุ่นก่อนหน้า เนื่องจากเขาปรับเบาะหน้าให้หลบขาหลบเข่าคนนั่งหลัง ทำให้มีพื้นที่ขยับขาได้สบาย

ตำแหน่งที่นั่งเองก็ยาวขึ้น รับหน้าขาได้สบายกว่าเดิม ตัวเบาะเอนกำลังดีนั่งได้สบาย แต่หมองรองหัวเป็นแบบยึดติดปรับระดับไม่ได้ และถ้านั่งหลังตรงแนบชิดเบาะคนสูงกว่า 180 ซม. ก็คงหัวชนหลังคากันบ้าง แต่ถ้าพูดถึงว่าในอีโคคาร์ด้วยกัน เราว่าเจ้านี่นั่งสบายสุดในทุกตำแหน่ง

สำหรับในรุ่น SV นั้นจะเป็นเบาะหนัง ภายในสีทูโทนเทาตัด Ivory ไร้ตะเข็บสีแดง เรือนไมล์สบายตา ลดความสปอร์ตลง ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ไม่มีช่องจ่ายไฟ 12V สำหรับที่นั่งตอนหลัง

อินโฟเทนเมนท์และค็อกพิท

ระบบอินโฟเทนเมนท์ให้จอสัมผัส 8 นิ้วดีไซน์สวยเชียวพร้อมรองรับ Apple Carplay ควบคุมปรับอากาศแบบหมุนแต่แสดงผลการทำงานแบบดิจิตอล ดีไซน์ช่องแอร์จัดมาเท่โดนใจ พวงมาลัยควบคุมระบบตั่งต่างและมี Cruise Control ที่ Almera ไม่มี แต่ Honda City ก็ไม่มีกล้อง 360 องศาเหมือนกันนะจ๊ะ ให้กล้องหลังปรับ 3 มุมมองมา

จอ 8 นิ้วสัมผัสเนี่ยมันสัมผัสได้ติดนิ้วดีเยี่ยมแหละ การใช้งานผ่าน Apple Carplay ก็ลื่นไหล แต่จอมันดันแบนแปะเข้าไปกับคอนโซล ไม่มีการวางเหลื่อม วางเอียงเข้าหาตัวผู้ขับ ทำให้เราต้องละสายตาไม่มองมากกว่าที่คิด แทนที่จะเหลือบแค่นิดเดียว และยังมองเห็นพิกเซลของจออยู่ อันนี้แอบผิดหวังนิดนึง

ตัวเรือนไมล์สีแดงก็ดูเท่ดี แต่จอมัลติฟังก์ชั่นดิจิตอลตรงกลางมันเชยไปสำหรับยุคนี้จริงๆ ถึงจะไม่ค่อยได้มองตอนขับขี่แต่เราว่ามันดีกว่านี้ได้นะ การควบคุมฟังก์ชั่นต่างๆ ที่พวงมาลัยยอดเยี่ยม ตัวพวงมาลัยในรุ่น RS ใช้วัสดุที่จับแล้วรู้สึกดี ตัวพวงมาลัยใหญ่แน่นเต็มมือ ตรงนี้ชอบมาก

กระจกมองข้างที่ย้ายจากเสา A เข้ามาอีกทำให้เวลาเรามองแล้วดันเจอข้างกระจกแทนที่จะเห็นภาพด้านหลัง แต่มันก็ให้ภาพมุมกว้างขึ้นอย่างที่เขากล่าวอ้างนั้นแหละ แค่ต้องใช้เวลาปรับตัวเพราะรถในตลาดกระจกมองข้างมันอยู่เสา A กันทั้งนั้น

ด้านการเก็บเสียงในห้องโดยสารเราว่าดีขึ้น แต่ถ้าที่ความเร็วที่ 130 – 140 กม./ชม. มีเสียงลมกวนบ้างแต่ไม่ถึงกับตีกับเพลงและคุยกันไม่รู้เรื่อง พวงมาลัยเองนอกจากเต็มมือแล้วยังมีน้ำหนักดีเยี่ยมในทุกย่านความเร็วจัดว่าคมขึ้นเยอะ

เครื่องเทอร์โบ

เพื่อจะเข้าอีโคคาร์ เฟส 2 จากเดิมซิตี้คาร์เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ต้องลดมาเป็น เครื่องยนต์ 3 สูบเรียง 1.0 ลิตร DOHC VTEC TURBO มอบพละกำลังสูงสุด 122 แรงม้าที่ 5,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 173 นิวตันเมตรที่ 2,000 – 4,500 รอบต่อนาที

ฮอนด้าเคลมว่าแรงบิดของเครื่องยนต์ลูกนี้นั้นเทียบเท่าเครื่อง 1.8 ลิตร ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมกว่าเครื่องยนต์เดิม ส่งกำลังด้วยชุดเกียร์ CVT ควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยได้ 7 ระดับ รองรับ E20

คนที่สงสัยว่าเจ้าเครื่อง 3 สูบเทอร์โบลูกนี้มันจะแรงไหม จะไหวเหรอ เราขอบอกเลยครับว่า “แรงฉิบหาย” ที่เขาบอกว่าแรงม้าเท่า 1.5 แรงบิดเท่า 1.8 ไม่มีอะไรที่เกินจริงเลย แม้ช่วงแรกเราจะงกๆ เงินๆ กับคันเร่งเล็กน้อยด้วยความเคยชินกับเครื่องสันดาปฯ ทั้ง 1.5 และ 1.8 ที่ขับประจำ

ทว่าในจังหวะที่เราถูกทิ้งไว้ไฟแดงคันเดียวกับรถช่างภาพที่เป็น 1.5 เทอร์โบอย่าง Civic เรียนตามตรงว่าดูดติดครับ แต่มีปัจจัยที่ว่ารถช่างภาพนั่งเต็ม ส่วนผมนั่งคนเดียวและไม่มีสัมภาระเด้อ

ในจังหวะที่บี้ไล่ตามรถช่างภาพด้วยความกลัวหลงนั้นแหละที่ผมแอบเหลือบตาลงมาดูเรือนไมล์ คุณพระมันเกือบไปแตะเลขสองแล้ว ถนนข้างหน้าก็ยังเหลือๆ ก็เลยจัดการพิสูจน์ให้หายคาใจกันไป ผมทำได้ครับ ผมบี้เจ้าอีโคคาร์ 1.0 ลิตรเบอร์โบคันนี้จนถึงเลขสองครับ อ๋อ หมายถึง 120 กม./ชม. น่ะครับ แหม เป็นรถที่ใช้หน้าปัดเรือนไมล์คุ้มจริงๆ

พละกำลังในการเดินทางบนถนนไฮเวย์ หรือการแซงรถใหญ่ รถช้าเองถือว่าขาดเหลือจะขาด มั่นใจเกินอีโคคาร์อื่นในตลาด ขาล่องขับสบายๆ ใช้คันเร่งแทบไม่ถึงครึ่งถ้าไม่ได้อยากบี้ฉีกจริงๆ

อัตราประหยัดน้ำมันที่เคลมที่ 23 กม./ ลิตร เอาจริงๆ ก็ตามเท้าอะ ด้วยสภาพการขับขี่ของคณะพี่ๆ ผู้สื่อข่าวนักทดสอบมือฉมัง บางคันก็ได้ 8 – 9 บางคันขับปกติกน่อยก็ดีดขึ้นไป 13 – 14 ซึ่งทางทีมวิศวกรยังบอกว่าน่าพอใจ ส่วนใครที่กังวลเรื่อง Turbo Lag เราว่าหายห่วงได้ครับ Turbo Cooldown ก็ไม่ต้องมี ไม่ต้องกังวลเรื่องความร้อนในเมือง เพราะเขามีระบบระบายความร้อนด้วยน้ำสำหรับหอยซิ่งโดยเฉพาะ ขับมาจะจอดก็ดับได้เลย

เกียร์ CVT เองก็ทำงานร่วมกับเครื่องลูกได้ดีเลิศ แต่บางช่วงที่ต้องขึ้นเขาเนินชันๆ ก็มีเอ๋อๆ อ๋องๆ อยู่นิดหน่อย ต้องมีบี้คันเร่งตบไปสักทีรอบก็ดีดมาทันใจ เอาเป็นว่าตลอดช่วงการทดสอบ ไม่มีอะไรเรื่องเครื่องเรื่องเกียร์ ให้หงุดหงิดหัวใจ ที่สำคัญ ขอย้ำอีกที “แรงฉิบหายครับ”

เบรคนุ่ม ช่วงล่างแน่น

All-New Honda City 2020 นั้นให้ช่วงล่างหน้าแบบแม็คเฟอร์สันสตรัทพร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังเป็นทอร์ชันบีม ระยะฐานล้อนั้นแคบกว่ารุ่นก่อนหน้า ส่วนระบบเบรกให้เป็นดิสก์เบรกหน้า ดรัมเบรกหลัง

ถ้าใช้งานขับขี่แบบที่ปกติมนุษย์ที่ขับรถใช้งานกัน เบรก ช่วงล่าง ยาง มันพอเหลือจะพอ ทำความเข้าใจก่อนว่า Honda City นั้นเป็นรถที่ขายตั้งแต่คนที่มีใบขับขี่ใบแรกจนผู้ใหญ่ที่เปลี่ยนใบขับขี่มาหลายรอบ ฉะนั้น ค่ากลางหรือการเป็นรถสำหรับทุกคนจึงสำคัญ

นั่นจึงทำให้รถคันนี้มีค่ากลางที่ดีมากๆ ทุกอย่างนุ่มนวล สมูธ ไม่ว่าจะคันเร่ง เครื่องยนต์ เกียร์ เบรก ช่วงล่างที่พลิกจาก City ที่เราเคยสัมผัส ช่วงล่างของรถคันนี้เหลือจะพอสำหรับคนที่ชอบความนุ่มเวลาเจอถนนแย่ๆ แต่ก็แน่นๆ เฟิร์มๆ พอเวลาที่รูดผ่านรอยต่อหรือคอสะพานอย่างรวดเร็ว ไม่มีความรู้สึกช่วงล่างกลวงๆ อีกต่อไป

การไหลไปเรื่อยๆ บนรถคันนี้ไม่ว่าจะทางตรง ทางโค้ง บนเขา เป็นเรื่องที่เพลินมากๆ แล้วถ้าเกิดอยากซิ่งขึ้นมาล่ะ เครื่องยนต์ 1.0 ลิตร เทอร์โบก็พร้อมจะตอบสนองทันที แต่ถ้าคุณเป็นพวกสายซิ่งหรืออยากจะมั่นใจสุดๆ ในเวลาที่ต้องขับรถเร็ว อยู่ๆ ของติดรถพวกนี้จะเริ่มไม่พอมือขึ้นมาดื้อๆ

พอบทจะบี้กันจริงๆ ไอ้เบรก ไอ้ช่วงล่างที่เราบอกว่ามันเหลือจะพอนั้น ดันเจอเครื่องที่แรงเกินเบรก เกินยาง เกินช่วงล่างไป ทำให้ไม่มั่นใจ สนุกได้ไม่สุด ปัญหาพวกนี้แก้ได้ง่ายๆ อย่างเปลี่ยนเบรก เติมช่วงล่าง เพิ่มไซส์ยาง แต่ก็มีค่าใช้จ่ายตามมา ส่วนเครื่องปล่อยมันไว้แบบนั้นแหละครับ มันเหลือจะใช้แล้วจริงๆ

Honda Connect

อาจจะดูรุนแรงไปเสียหน่อยแต่ Honda Connect มีประโยชน์หลากหลายมากครับ ทั้ง เปิดไฟ ปลดล็อค สตาร์ทรถ ผ่านแอพฯ ที่ช่วยให้คุณตรวจสอบสภาพความพร้อมของรถและยังมีบางอย่างที่ทำให้ผ่านคอลเซนเตอร์

แต่ฟังก์ชั่นที่แอบเซอร์ไพรส์เหมือนกันคือฟังก์ชั่นที่คล้ายๆ กับ Speed Limit นั้นคือถ้าคุณขับเร็วเกินกว่าที่ตั้งไว้ ระบบก็จะแจ้งเตือนทันที คุณพ่อคุณแม่ที่ซื้อรถให้ลูกก็จะสบายใจได้มากขึ้น ถึงจะไปห้ามไม่ได้ แต่ก็รู้ได้ทันทีว่าลูกซิ่งนะ โทรปรามสักหน่อยแล้วกัน

นอกจากนี้ยังมี GeoFence หรือการปักหมุดอาณาเขต เช่นเราปักบ้านเอาไว้และตั้งระยะรัศมี 5 กม. รอบตัวบ้าน เมื่อรถคันนี้เข้าหรือออกแอพฯ ก็จะมีการแจ้งเตือนในทันที พ่อบ้านเมียเผลออาจจะไม่อยากให้ศรีภรรยารู้ในเรื่องนี้ แต่ถ้ามองในทางกลับกันระบบนี้มีประโยชน์ที่ประยุกต์ใช้ได้อีกมากเลยนะครับ

ระบบความปลอดภัยของ Honda City

มีถุงลม 6 ตำแหน่ง ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก พร้อมระบบกระจายแรงเบรก ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน มีไฟเบรกฉุกเฉินเมื่อเบรกกระทันหันด้วย กล้องมองหลังปรับ 3 มุมมองและ Cruise Control ที่ไม่มีใน Almera

All New Honda City 2020 ออกจำหน่ายทั้งหมด 4 รุ่น โดยมีราคาดังนี้

รุ่น S ราคา 5.795 แสนบาท
รุ่น V ราคา 6.09 แสนบาท
รุ่น SV ราคา 6.65 แสนบาท
รุ่น RS ราคา 7.39 แสนบาท