8 How to ล้างรถยนต์ยนต์ด้วยตัวเอง ประหยัดเงิน ได้ออกกำลังกาย ไม่ง้อคาร์แคร์

สำหรับคนรักรถยนต์ การดูแลทำความสะอาด การล้างรถยนต์ ถือเป็นการดูแล รถยนต์ ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน และยังเป็นการตรวจดูความปลอดภัยอีกด้วย ยิ่งโดยเฉพาะรถยนต์ที่ใช้งานทุกวัน ยิ่งไม่ควรปล่อยให้สิ่งสกปรกต่างๆ มาเกาะจนเลอะ โดยเฉพาะคราบน้ำมัน คราบดินที่มาพร้อมความชื้น เพราะอาจส่งผลให้เกิดสนิมและเกิดรอยขีดข่วนบนผิวรถยนต์ได้ มาดูกันว่าหากจะล้างรถยนต์ด้วยตัวเองให้สะอาด ต้องทำอย่างไรบ้าง

วิธีการล้างรถยนต์ที่ถูกต้อง

1. เริ่มทำความสะอาดจากส่วนบนของรถยนต์ก่อน

เริ่มทำความสะอาดจากส่วนบนของรถยนต์ก่อน
เริ่มทำความสะอาดจากส่วนบนของรถยนต์ก่อน

หลายคนอาจสับสนว่าการจะทำความสะอาดรถยนต์ ควรเริ่มจากส่วนบนหรือล่างก่อนดี ก่อนอื่น อยากให้ลองจินตนาการว่าหากรถยนต์เป็นเหมือนบ้าน 2 ชั้น ก็ต้องขึ้นไปกวาดฝุ่นชั้นบนลงมาก่อน เพื่อให้ชั้นบนสะอาดและเก็บกวาดชั้นล่างให้เรียบร้อย ตัวบ้านก็จะสะอาดทั้งหลัง ซึ่งการล้างรถยนต์ก็เช่นเดียวกัน เพื่อให้สิ่งสกปรกจากด้านบนไหลลงข้างล่างก่อนจะได้ไม่เป็นการล้างแบบซ้ำซ้อน  ก่อนอื่น เมื่อเริ่มต้นล้างรถยนต์ควรเริ่มตั้งแต่หลังคาลงมาทางด้านข้างรถยนต์บริเวณกระจกข้างก่อน และตามขอบต่างๆ โดยการล้างรถยนต์ควรใช้สำลีในการทำความสะอาด แต่ไม่แนะนำให้ใช้ฟองน้ำในการล้างรถยนต์ เพราะฟองน้ำนั้นอาจจะมีเม็ดทรายไปติดอยู่ตามรูของฟองน้ำ ซึ่งอาจทำให้เกิดรอยขีดข่วนกับสีของตัวรถยนต์ได้ แต่มีข้อควรใส่ใจอีกนิดคือ ควรใช้ผ้ามากกว่า 1 ผืน เพื่อเช็ดทำความสะอาด เพื่อให้ตัวรถยนต์บริเวณที่เช็ด มีความสะอาดอย่างแท้จริง หากใช้ผ้าผืนเดียวก็ยิ่งทำให้จุดที่ทำความสะอาดนั้นอาจมีคราบสกปรกต่างๆ หลงเหลืออยู่ และยิ่งมีผ้าผืนที่ 2 หรือ 3 จะยิ่งเป็นการดี เพราะจะทำให้การเช็ดถูได้อย่างสะอาดมากขึ้น

2. เมื่อเริ่มต้นล้าง ควรล้างจากล้อรถยนต์ก่อน

เมื่อเริ่มต้นล้าง ควรล้างจากล้อรถยนต์ก่อน
เมื่อเริ่มต้นล้าง ควรล้างจากล้อรถยนต์ก่อน

แม้ข้อแรกจะแนะนำให้ทำความสะอาดจากตัวรถยนต์ด้านบนลงมาด้านล่างก่อน แต่ก็ยังมีจุดยกเว้นคือ ในส่วนของล้อรถยนต์ เพราะเป็นส่วนที่จะต้องล้างก่อน เนื่องจากล้อเป็นจุดที่สัมผัสกับฝุ่น ดิน และสิ่งสกปรกต่างๆ ที่ติดมาด้วย หากล้างล้อรถยนต์ในขั้นตอนท้ายๆ อาจทำให้น้ำที่จากการล้างกระเด็นไปที่บริเวณตัวรถยนต์ กลายเป็นว่าตัวรถยนต์หรือบริเวณอื่นๆ เกิดคราบต่างๆ ตามมา สุดท้ายก็ไม่ได้สะอาดอย่างที่ตั้งใจไว้เลยนั่นเอง

3. ควรใช้น้ำอุณหภูมิปกติในการล้างรถยนต์

ควรใช้น้ำอุณหภูมิปกติในการล้างรถยนต์
ควรใช้น้ำอุณหภูมิปกติในการล้างรถยนต์

การใช้น้ำอุ่นในการล้างรถยนต์ไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องทีเดียวนัก เพราะนอกจากจะเป็นการเสียเวลาแล้ว ก็ไม่ได้ช่วยให้รถยนต์สะอาดมากไปกว่าการใช้น้ำในอุณหภูมิปกติแต่อย่างใดเลย ดังนั้น ควรใช้น้ำอุณหภูมิปกติล้างผ่านเครื่องฉีดน้ำ โดยนำมาฉีดล้างรถยนต์ในบริเวณส่วนบนลงมาถึงส่วนด้านล้าง โดยฉีดให้สะอาดพอสมควร ต้องไม่ช้าหรือเร็วจนเกินไป และควรเน้นบริเวณซอกมุมที่ฝุ่นและคราบมักเกาะฝังแน่นด้วย สามารถยนต์ใช้ เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง FLOW ขนาด 100 bar เพื่อฉีดล้างรถยนต์ได้เลย

4. ใช้น้ำอุ่นเฉพาะตอนผสมน้ำยาล้างรถยนต์เท่านั้น

ใช้น้ำอุ่นเฉพาะตอนผสมน้ำยาล้างรถยนต์เท่านั้น
ใช้น้ำอุ่นเฉพาะตอนผสมน้ำยาล้างรถยนต์เท่านั้น

น้ำอุ่นควรใช้ในกรณีที่ต้องผสมน้ำยาล้างรถยนต์เท่านั้น โดยควรผสมกับน้ำอุ่นตามอัตราส่วนที่ระบุไว้ข้างขวดซึ่งน้ำยาล้างรถยนต์แต่ละยี่ห้อนั้น จะมีอัตราส่วนเพื่อการผสมที่ไม่เท่ากัน  การผสมกับน้ำอุ่นก็เพื่อทำให้เกิดฟองจำนวนมาก เพราะน้ำอุ่นเป็นน้ำที่ลดความกระด้าง จึงทำให้เกิดฟองและเพิ่มประสิทธิภาพในการชะล้างคราบบนรถให้หลุดออกได้ดียิ่งขึ้น น้ำยาล้างรถที่แนะนำได้แก่ 3M Car Wash with Wax (ผสมแว๊กซ์) ขนาด 1,000 มล. ราคาโดยประมาณ 280 บาท หาซื้อได้ตามห้างชั้นนำทั่วประเทศ หรือจะสั่งทางออนไลน์ก็ได้มีของแถมและส่วนลดอีกมากมาย

5. ควรใช้ผ้าเช็ดรถยนต์มากกว่า 1 ผืน

ควรใช้ผ้าเช็ดรถยนต์มากกว่า 1 ผืน
ควรใช้ผ้าเช็ดรถยนต์มากกว่า 1 ผืน

เพราะผืนแรกจะใช้เช็ดคราบที่ฝังแน่นให้หลุดออกไป แต่ไม่ได้หมายความว่าจะสะอาดเลยทีเดียว จึงจำเป็นต้องใช้ผ้าผืนที่ 2 ที่ 3 เพื่อเช็ดทำความสะอาด หรือหากใช้ผ้า 3 ผืน อาจแบ่งพื้นที่การเช็ดไปเลย เช่น ผืนที่ 1 เช็ดด้านหลังคา ฝากระโปรง ผืนที่ 2 ใช้เช็ดตัวรถยนต์ และผืนสุดท้ายใช้เช็ดล้อรถยนต์ เป็นต้น

6. ใช้น้ำยากำจัดรอยเปื้อนเฉพาะจุด

ใช้น้ำยากำจัดรอยเปื้อนเฉพาะจุด
ใช้น้ำยากำจัดรอยเปื้อนเฉพาะจุด

หากยังพบว่ามีคราบฝังติดแน่น อาจใช้น้ำยากำจัดรอยเปื้อนสำหรับรถยนต์ยนต์เพื่อเช็ดทำความสะอาดบริเวณนั้นให้สะอาด

7. เช็ดรถยนต์ให้แห้งและสะอาดเป็นลำดับสุดท้ายเสมอ

เช็ดรถยนต์ให้แห้งและสะอาดเป็นลำดับสุดท้ายเสมอ
เช็ดรถยนต์ให้แห้งและสะอาดเป็นลำดับสุดท้ายเสมอ

เมื่อฉีดน้ำล้างรถยนต์ในขั้นตอนสุดท้ายจนแน่ใจว่าสะอาดดีแล้ว ไม่ควรปล่อยให้รถยนต์แห้งเองเด็ดขาด ควรใช้ผ้าสะอาดเช็ดให้แห้งเพื่อป้องกันคราบต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น ช่วยลดความเสี่ยงจากฝุ่นหรือเม็ดทรายที่อาจปลิวมาเกาะ และยังช่วยป้องกันการทำลายสีของรถยนต์โดยไม่รู้ตัวอีกด้วย

8. ใช้น้ำยาบำรุงล้อรถ

ใช้น้ำยาบำรุงล้อรถ
ใช้น้ำยาบำรุงล้อรถ

เพื่อยืดอายุการใช้งานของยางรถ และเพิ่มความเงางาม การใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อล้อรถโดยเฉพาะเป็นทางเลือกที่ดี มีหลายเกรดราคาให้เลือก

ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการล้างรถยนต์ที่ควรรู้และทำความเข้าใจใหม่

บางเรื่องที่อาจเคยได้ยินได้ฟังมาเกี่ยวกับการล้างรถยนต์ ข้อใดควรทำ ข้อใดไม่ควรทำ จริงเท็จแค่ไหน มาพิจารณาดังข้อความต่อไปนี้

ความเชื่อผิดๆ ที่ว่าการล้างรถยนต์กลางแดดจะทำให้สะอาดและแห้งเร็วนั้น เป็นคำกล่าวที่ไม่เป็นความจริงและไม่ควรกระทำอย่างยิ่ง เนื่องจากการล้างรถยนต์กลางแดดจะส่งผลให้น้ำที่ฉีดล้างแห้งเร็วกว่าปกติ ซึ่งทำให้เช็ดไม่ทัน ผลที่ตามมาคือ แทนที่รถยนต์จะสะอาดกลับทำให้เกิดคราบเพิ่มขึ้นรอบคันได้

เย็นแล้วควรล้างรถยนต์เพื่อวันรุ่นขึ้นจะได้ขับรถยนต์ที่สะอาด ใหม่เอี่ยม ความเชื่อข้อนี้ ไม่ควรทำตามอย่างยิ่ง เนื่องจากหากไม่มีแสงสว่างที่เพียงพอ อาจทำให้เช็ดไม่สะอาดและหลงเหลือคราบน้ำจำนวนมากในบางจุด จนส่งผลให้เกิดสนิมได้

บางคนไม่ชอบล้างรถยนต์ มักใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดก็คิดว่าเพียงพอแล้ว แต่แน่ใจแล้วหรือว่าผ้านั้นสะอาดจริงๆ และแน่ใจแล้วหรือว่าผ้าที่ชุดน้ำมาเช็ดรถยนต์ไม่มีเศษทรายเม็ดเล็กๆ เกาะอยู่ นอกจากการเช็ดรถยนต์จะไม่สะอาดแล้ว ยังเสี่ยงต่อการขูดขีดสร้างรอยให้กับสีบนตัวรถยนต์ได้ หรือบางคนไม่ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดรถยนต์ แต่กลับใช้ไม้กวาดขนไก่มาปัดเศษฝุ่นแทน ซึ่งไม่ควรทำอย่างยิ่ง เหตุผลก็แบบเดียวกันกับการนำผ้าชุบน้ำมาเช็ดรถยนต์ ดังนั้น จึงควรพิจารณา ไตร่ตรองให้รอบคอบก่อนจะเช็ดหรือปัดกวาดบริเวณต่างๆ เพื่อป้องกันการสร้างรอยหรือคราบโดยไม่ตั้งใจ

ไม่มีน้ำยาล้างรถยนต์ ใช้ผงซักฟอกหรือน้ำยาล้างจานก็ได้ คำกล่าวนี้นับว่าไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะจะทำให้รถยนต์สวยๆ ราคาหลักแสนหลักล้านหมองคล้ำ สีไม่สดใส ควรใช้น้ำยาล้างรถยนต์ที่มีคุณภาพดีกว่า เพราะจะทำให้รถยนต์สะอาดสวยงามได้ตามต้องการอย่างแท้จริง แค่เพียงเพียงคุณล้างรถเองพนันได้เลยว่าคุณจะได้สุขภาพที่ดีและรถยนต์สะอาดน่าใช้อีกด้วย