พ.ศ. 2429 รถยนต์คันแรกของประเทศไทย

รถยนต์ คันแรกของประเทศไทย จากเอกสารสำคัญ บันทึกจดหมายโต้ตอบกันระหว่างพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์ กับ พระเจ้าบรมวงศ์เธอสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้เล่าประวัติของรถยนต์คันแรกไว้อย่างชัดเจน ถอดตามคำบันทึกมาได้ว่า

“รถยนต์คันแรกที่เข้ามาในเมืองไทย ดูเหมือนจะเป็นเจ้าพระยาสุรศักดิ์เอาเข้ามาครั้งไปยุโรป คงจะมีฝรั่งเอาเข้ามา แล้วเอามาขายให้เจ้าพระยาสุรศักดิ์ เป็นปกติของเจ้าพระยาสุรศักดิ์ที่ชอบของใหม่ๆ แปลกๆ เห็นคงจะซื้อ ได้ยินเขาว่าใส่เกียร์ยากล้นพ้น ลางทีฝ่าพระบาทจะได้ทอดพระเนตรเห็นแล้วก็หายสูญไป คงเป็นอันใช้ไม่ได้ ที่ใช้ได้จริงจัง จำได้ว่ากรมหลวงราชบุรี เอาเข้ามา เป็นเหตุให้ฮือรถยนต์กันขึ้นในเมืองไทย”

รถยนต์คันแรกของประเทศไทย

รถยนต์สมัยก่อน
รถยนต์สมัยก่อน

รถยนต์คันแรกของโลกเกิดขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1886 หรือ พ.ศ. 2429 นั่นก็คือยุคของพระบาทสมเด็จพระเจ้าจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (King Chulalongkorn) หรือในหลวงรัชกาลที่ 5 (King Rama V) รถยนต์คันแรกของประเทศไทยมีการนำเข้ามาเมื่อไหร่ไม่มีประวัติศาสตร์ระบุอย่างแน่ชัด แต่เชื่อว่าเจ้าของเป็นชาวต่างชาติ ซึ่งในยุคนั้นประเทศไทยได้มีการตัดถนนบางส่วนแต่ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังใช่พาหนะเป็นรถม้า หรือรถลาก ภายหลังรถยนต์คันนี้ได้ถูกขายต่อให้กับจอมพลเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี (Chaophraya Surasakmontri)

ผู้ขับรถยนต์คันแรก

เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี เป็นคนหัวสมัยใหม่ และสนใจเรื่องเครื่องยนต์กลไลต่างๆ ซึ่งในช่วงแรกมีการบันทึกว่า เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรีไม่สามารถขับรถได้ จึงให้พระยาอนุทูตวาที (Chaophraya Anutootwatee) หรือน้องชายเป็นผู้เรียนรู้เรื่องการขับรถยนต์ เพราะเคยไปทำงานที่ประเทศอังกฤษและมีโอกาสได้ขับรถยนต์มาก่อน พระยาอนุทูตวาทีสามารถเรียนรู้การขับได้อย่างรวดเร็วและยังถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้อื่นต่อ

ในปี พ.ศ. 2447 เสด็จในกรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ (พระบิดาแห่งกฎหมายไทย) ได้เสร็จไปรักษาพระองค์ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ได้ทรงสั่งให้บริษัท เยอรมัน ในกรุงปารีส ประกอบรถยนต์เก๋งหนึ่งคัน ยี่ห้อ เมอร์เซเดส (Mercedes Benz)  ซึ่งนับว่าเป็นรถยนต์ชั้นยอดในเวลานั้น Mercedes คันดังกล่าวปรากฎหลักฐานการสั่งซื้อว่า สั่งผ่านสถานเอกอัครราชทูตสยาม ประจำกรุงปารีส ระบุผู้รับคือ พระมหากษัตริย์แห่งกรุงสยาม หรือ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) และรถยนต์พระที่นั่งคันแรกในประเทศไทย เดินทางมาถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2447 (ค.ศ. 1904)

Mercedes 28 HP รถยนต์พระที่นั่งคันแรก

แก้วจักรพรรดิ์
แก้วจักรพรรดิ์

รถยนต์พระที่นั่งคันแรกของไทย เป็นรถยนต์ยี่ห้อ เมอร์เซเดส รุ่น 28 HP ใช้เครื่องยนต์ 4 สูบ พละกำลังสูงสุด 35 แรงม้า ระบุหมายเลขตัวถังคือ 2394 และหมายเลขเครื่องยนต์ 4290 นับว่าเป็น Mercedes คันที่ทำให้ความนิยมการใช้งานรถยนต์ในประเทศไทย เกิดความแพร่หลาย

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดปรานรถยนต์ Mercedes พระที่นั่งคันนี้เป็นอย่างมาก เพราะความสะดวกสบาย และเดินทางได้เร็วกว่ารถม้าพระที่นั่ง เมื่อทรงว่างเว้นจากพระราชกรณียกิจ มักจะเสด็จเยือนที่ต่างๆ ด้วยรถยนต์ เมอร์เซเดสพระที่นั่ง เมอร์เซเดส รุ่น 28 HP เสมอๆ

ต่อมา พระองค์ทรงเล็งเห็นว่ารถยนต์ Mercedes คันเดียว ไม่เพียงพอที่จะใช้งานตามพระราชประสงค์ เนื่องจากพระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายหน้า และฝ่ายในหลายพระองค์ ก็ทรงโปรดปราน Mercedesกันทั้งสิ้น จึงได้ตัดสินพระทัยซื้อรถยนต์พระที่นั่งอีกหนึ่งคันและทรงเลือก Mercedes Benz เป็นรถเก๋งสีแดง รุ่นปี 2448 เครื่องยนต์ 4 สูบ พละกำลัง 28 แรงม้า ทำความเร็วสูงสุด 73 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งนับว่าเร็วมากๆแล้วในยุคนั้น และเมื่อรถยนต์เป็นที่นิยมแพร่หลายในหมู่ชนชั้นสูง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จึงทรงดำริว่า สมควรจัดงานเฉลิมฉลองสักครั้งหนึ่ง จึงกำหนดให้ วันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2448 เป็นวันชุมนุมรถยนต์ครั้งแรกในกรุงรัตนโกสินทร์

รถยนต์สมัยก่อน
รถยนต์สมัยก่อน

ในปี พ.ศ. 2451 ในวาระเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 56 พรรษา พระองค์ฯ ทรงสั่งรถยนต์เข้ามาจากประเทศฝรั่งเศสอีกเป็นจำนวน 10 คัน เพื่อพระราชทานแก่พระบรมวงศานุวงศ์ และข้าราชการชั้นสูง เพื่อใช้ในราชการแผ่นดิน โดยรายชื่อของรถยนต์ทั้ง 10 คัน มีดังนี้

มณีรัตนา

ทัศมารุต

ไอยราพตกังหัน

ราชอนุยันต์

สละสลวย

กระสวยทอง

ลำพองทัพ

พรายพยนต์

กลกำบัง

สุวรรณมุขี

เมื่อมีการสร้างถนนในบางกอกมากขึ้น รถยนต์ก็กลายเป็นพาหนะที่สะดวกสบาย และมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล รถโดยสารประจำทาง และไม่ประจำทาง วิ่งขวักไขว่ไปมาบนท้องถนนมากยิ่งขึ้น บริษัทผู้จำหน่ายรถยนต์ต่างๆ จากต่างประเทศ ทยอยกันเข้ามาเปิดกิจการกันอย่างมากมาย ว่ากันว่าในยุคสมัยนั้นมีการขึ้นป้ายประกาศเปิดกิจการตัวแทนจำหน่ายรถยนต์รายใหม่กันแทบจะทุกสัปดาห์เลยทีเดียว

โดยรถยนต์ที่นำเข้ามาในยุคสมัยนั้น มีหลากหลายยี่ห้อจากหลากหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นจากประเทศฝรั่งเศส, เยอรมัน, สหรัฐอเมริกา เป็นต้น รวมไปถึงธุรกิจรถยนต์มือสองอีกด้วย

ปัญหาที่เกิดตามมาจากปริมาณรถที่เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก นั่นก็คือเรื่องของการขับขี่ที่ไม่เป็นระเบียบ มีการวิ่งไปบนที่ดินส่วนบุคคลจนเกิดการร้องเรียนบ่อย เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง อีกทั้งยังมีการขโมยรถ ก่อให้เกิดความวุ่นวาย ทำให้มีการออกข้อกฎหมายเกี่ยวกับรถยนต์ฉบับแรกในปี พ.ศ. 2452 เพื่อบังคับให้ผู้ใช้รถยนต์ ขับอย่างเป็นรถเบียบ และให้รถทุกคันต้องทำทะเบียนรถ เพื่อป้องกันการถูกขโมย และยังต้องมาต่อทะเบียนรถยนต์ตามเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยตัวเลขการจดทะเบียนรถยนต์ในปี พ.ศ. 2474 มีจำนวนทั้งหมด 3,222 คัน

มอเตอร์โชว์ครั้งแรกของประเทศไทย

ความนิยมใช้รถยนต์เริ่มมีการแพร่หลายกันในหมู่พระราชวงศ์และคหบดี ในปี พ.ศ. 2448 ในหลวงรัชกาลที่ 5 ในวาระเฉลิมฉลองครบ 56 พรรษาของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงดำริให้มีการชุมนุมพบปะกันของรถยนต์ในเมืองบางกอก ซึ่งในวันที่ 7 ตุลาคม ปี พ.ศ. 2448 ได้มีการรวมตัวรถยนต์ในบริเวณพระบรมมหาราชวังถึง 30 คัน และมีการเคลื่อนขบวนรถไปตามถนนทำให้เกิดความตื่นตาตื่นใจกับผู้คนอย่างมาก

พระราชบัญญัติรถยนต์ฉบับแรกของประเทศไทย

หลังจากที่รถยนต์เริ่มมีจำนวนที่มากขึ้น รวมถึงบทบาทและความสำคัญทั้งทางราชการและธุรกิจ ในปี พ.ศ. 2452 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงโปรดเกล้าให้ตราพระราชบัญญัติรถยนต์ฉบับแรกของประเทศไทยขึ้น เพื่อลดอุบัติเหตุและเป็นการจัดระเบียบการจราจร ซึ่งได้มีการปรับเปลี่ยนและพัฒนากฎระเบียบต่อมาจนถึงปัจจุบัน

รถคลาสสิค
รถคลาสสิค

ลองคิดดูว่าถ้าเราไม่มีรถยนต์พนันได้เลยว่าการเดินทาง การติดต่อ การคมนาคมจะต้องแย่และล่าช้ากว่านี้แน่ๆ อยากขอบคุณที่ประดิษฐ์คิดค้นรถยนต์ขึ้น

อย่างไรก็ตามการขับขี่รถยนต์จะต้องไม่ประมาท ควรมีสติในการขับขี่ มีวินัย มีน้ำใจ และปฏิบัติตามกฏจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อลดความเสียงในการเกิดอุบัติเหตุ เพราะการขับขี่รถยนต์ที่ประมาทอาจทำให้เกิดความสูญเสียเป็นอย่างมาก